สำหรับใน ‘ประเทศไทย’ มีการผลิตเงินตราเป็นของตัวเองขึ้นใช้ มาเป็นเวลาช้านานแล้ว หากแต่หลังจากที่มีการอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน รวมทั้งการสู้รบกับผู้มีอำนาจปกครองที่เป็นเจ้าของถิ่นเดิม มาเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน ทำให้ยากที่จะสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า เงินตราชิ้นแรกของประเทศไทย มีมาตั้งแต่เมื่อใด และมีลักษณะรูปร่างเป็นอย่างไร หากแต่ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ประเทศไทยได้ตั้งมั่น ยืนหยัด อยู่ทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศ หลังจากที่สามารถขับไล่ชาวขอมออกไปแล้ว ได้เริ่มผลิตเงินตราขึ้นใช้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง และเรียกว่า ‘เงินพดด้วง’

เงินพดด้วง รากเหง้าของเงินในปัจจุบัน

ในช่วงแรก ที่มีการผลิตเงินพดด้วงขึ้นมาใช้งานนั้น มีน้ำหนักมากถึง 4 บาท มีลักษณะขายาว เรียกว่า ‘เงินกำไล’ หากแต่ในกาลต่อมาภายหลัง เงินตราของอาณาจักรสุโขทัย , อยุธยา รวมทั้งรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่างก็ผลิตเงินพดด้วง ที่มีขนาดเล็กลง สามารถพกพาได้อย่างสะดวกมากขึ้น มีน้ำหนักเพียง 1 บาทเท่านั้น และใช้เป็นเงินมาตรฐาน

‘เงินพดด้วง’ สร้างขึ้นจากแท่งเงิน นำมาทุบปลายให้งอจรดกัน พร้อมตอกตราประทับไว้ จนกลายเป็นตราประจำแผ่นดิน และตราประจำรัชกาล ที่ได้ผลิตเงินพดด้วงขึ้น

ในยุคสมัยสุโขทัย เงินพดด้วงมีมากกว่า 2 ตรา เช่น ตราช่อดอกไม้ , ตราวัว , กระต่าย , หอยสังข์ รวมทั้งตราอื่นๆอีกมากมาย ต่อมาเมื่อถึงสมัยอยุธยา มีการตีตราเพียงแค่ 2 ตราเท่านั้น นั่นก็คือ ตราจักร ซึ่งเป็นตราแผ่นดิน รวมทั้งตราอื่นๆ เช่น ดอกไม้ , พุ่มข้าวบิณฑ์ , ครุฑ , หอยสังข์ เป็นต้น เงินพดด้วงขนาดเล็ก มักตีตราเดียว ส่วนสมัยกรุงธนบุรี ใช้ตราตรี และจักร สมัยรัตนโกสินทร์ ใช้ ตราปราสาท , มหามงกุฎ เป็นต้น ระยะเวลาที่มีการใช้เงินพดด้วงนานถึง 700 ปี

ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบเงินตราของไทยอย่างยิ่งใหญ่ ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในครานั้นมีชาวยุโรป เดินทางเข้ามาซื้อสินค้าไทย โดยเฉพาะข้าวจำนวนมหาศาล ทำให้การผลิตเงินด้วยมือ ไม่สามารถทำได้ทัน เพราะฉะนั้นเพื่อให้ทันต่อความต้องการ จึงมีการนำเงินกระดาษ หรือ หมาย ออกมาใช้แล้ว ท่านยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สั่งซื้อเครื่องมือทำเหรียญ มาจากต่างประเทศ พร้อมผลิตเงินตราประเภทกลมแบนขึ้น นำออกใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2399 เป็นต้นมา

ทำให้การผลิตเงินพดด้วงค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งเลิกผลิตโดยสิ้นเชิง เพราะหันมาผลิตเหรียญเงินแทน พร้อมนำธนบัตรเข้ามาใช้ ควบคู่กันไป เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2445 หลังจากนั้นเป็นต้นมา ระบบการเงินของไทย ก็เริ่มจัดรูปแบบใหม่ ให้มีความสอดคล้องกับระบบเงินสากล มาจนถึงปัจจุบัน